รถพ่วงบรรทุกน้ำมันปาล์มดิบวาวรั่ว น้ำมันไหล15กม. รถจยย.ลื่นเจ็บหลายราย

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-1

 

 

 

 

 

 

 

 

     เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 22 ก.ย.59 พ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว

   จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งรถพ่วงบรรทุกน้ำมันปาล์มดิบรั่วไหลไปตลอดทางเส้นทางไปโรงงานผลิตและจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูก เป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร ทำให้จักรยานยนต์ที่ตามมาลื่นเสียหลักพลิกคว่ำหลายคันและบาดเจ็บหลายราย บนถนน ถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงวงแหวนตะวันตก หมายเลข 9 กม.ที่ 53 มุ่งหน้าบางปะอิน ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมนายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่สีแดง บรรทุกน้ำมันปาล์มดิบ หมายเลขทะเบียน 70-9336 นครปฐม ตัวลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-3634 นครปฐม ที่บริเวณวาวเปิดปิดก๊อกถังน้ำมันหัก ทำให้น้ำมันไหลออกมานองพื้นถนนตลอดทาง คนขับชื่อ นายศิริ สวัสดี อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 15/9 หมู่ 17 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ท้ายรถพ่วงพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอลด้าเวฟสีขาว หมายเลขทะเบียน 1กจ8003 ลพบุรี ลื่นไถลชนท้ายรถพ่วงสภาพรถจักรยานยนต์ด้านหน้าพังเสียหาย คนขับชื่อนายสุริยะ ทับทอง อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 64 หมู่ 6 ต.ท้ายห้วยแก้ว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี บาดเจ็บที่ลำตัวเล็กน้อยเนื่องแรงกระแทก

ด้านนายสุริยะ ทับทอง ผู้บาดเจ็บกล่าวว่า ตนเองขับรถจักรยานยนต์พึ่งจะกลับจากเลิกงาน โดยขับมาบนถนนเห็นน้ำนองอยู่ คิดว่าเป็นน้ำฝนเนื่องจากช่วงนี้ฝนตกประจำตนเองถึงขับมาปกติ จากนั้นเสียหลักไถลไปชนกับท้ายรถพ่วงที่อยู่ด้านหน้า ตนเองจึงบาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีที่ไม่ได้ขับมาด้วยความเร็ว

ส่วนนายศิริ สวัสดี คนขับรถพ่วงบรรทุกน้ำมันกล่าวว่า ขณะที่ตนเองขับรถบรรทุกน้ำมันปาล์มจำนวน 30 ตัน จากสมุทรปราการ จะไปส่งโรงงานน้ำมันพืชที่ อ.ลาดหลุมแก้ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนขับรถสิบล้อตะโกนบอกว่า มีน้ำมันรั่ว จากนั้นจึงชะลอรถแล้วชิดซ้ายถนน เพื่อที่จะสำรวจดู จึงพบว่าวาวเปิดปิดก๊อกถังน้ำมันหัก และตรวจดูระดับน้ำมันพบว่าน้ำมันรั่วหายไป 5 ตัน คาดว่ามีรถเก๋งปาดหน้าตนจึงหักหลบจนตกหลุมทำให้วาวก๊อกถังน้ำมันหักทำให้น้ำมันรั่วมาตลอดทาง ต่อมามีรถจักรยานยนต์ลื่นไถลมาชนท้าย

ทางด้านพ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ต่อมานายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี ได้รับแจ้งว่าบริเวณฝั่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้มีรถจักรยานยนต์ลื่นไถลพลิกคว่ำหลายคันและมีผู้บาดเจ็บหลายรายจากคราบน้ำมันบนถนน จึงได้เข้ามาที่เกิดเหตุพร้อมนำทรายละเอียดมาเทซับคราบน้ำมันบนพื้นถนนโดยมีเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงและอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยโกยทรายตั้งแต่ กม.ที่ 38 ถึง กม.ที่ 53 เป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้รถคันอื่นที่ใช้ถนนเกิดอุบัติเหตุตามมา.

สาวใหญ่ขอนแก่นจยย.ถูก18ล้อชนทับขาขวาเละ

สาวใหญ่ขอนแก่นจยย.ถูก18ล้อชนทับขาขวาเละ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

   หวาดเสียว สาวใหญ่ขับ จยย.ออกมาจากข้างถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-อุดร ทางไปโรงงานนำเข้าเครื่องพิมพิ์กล่องเครื่องปั๊มไดคัทจากต่างประเทศ ก่อนถูกรถพ่วง 18 ล้อชน ก่อนทับขาขวาเละ

ร.ต.อ.กิตติชัย สว่างวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน ที่เกิดเหตุบนถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-อุดรธานี ช่วงบ้านหนองหลุบ หน้าโรงงานผลิตยางมะตอยชื่อดัง เจ้าหน้าที่พบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-7884 กทม. ตัวลูก 70-9898 กทม.จอดอยู่ บริเวณล้อรถด้านซ้ายพบ นางหล่ำ ใจหาญนอนล้มอยู่โดยขาขวาถูกล้อรถยนต์บรรทุกพ่วงทับจนเละ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิ๊ก หมายเลขทะเบียน คฉษ-283 ขอนแก่น ล้มคว่ำอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

จากการสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางหล่ำ ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากโรงงานเพื่อไปจำหน่ายอาหารตามหมู่บ้าน โดยจังหวะที่ขับออกมานั้น ไม่สังเกตเห็นรถพ่วงที่ขับมาในเส้นทางสายหลัก จึงเกิดการชนกันขึ้น ก่อนที่นางหล่ำ จะถูกรถพ่วงทับ บาดเจ็บอาการสาหัสดังกล่าว

สกลนครสำรองเสบียงปศุสัตว์ช่วยเกษตรกรน้ำท่วม

สกลนครสำรองเสบียงปศุสัตว์ช่วยเกษตรกรน้ำท่วม

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

สถานีพัฒนาอาหารสัตว์สกลนคร สำรองเสบียงหญ้าแห้ง 35 ตัน ช่วยเกษตรกรประสบภาวะน้ำท่วม

นายบุญส่ง เลิศรัตนพงศ์ หัวหน้าสถานีพัฒนาอาหารสัตว์สกลนครเจ้าของกิจการขายกล่องไปรษณีย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้ามาติดต่อขอรับสนับสนุนหญ้าแห้ง โดยทางสถานีพัฒนาอาหารสัตว์สกลนคร ได้เตรียมเสบียงหญ้าแห้งสำรองไว้ 35 ตัน รวมถึงแปลงหญ้าสดประมาณ 100 ไร่ จำนวน 70 ตัน สามารถแจกจ่ายให้กับเกษตรกร นำไปสำรองให้กับสัตว์เลี้ยงของตนเอง และมีเกษตรกร ที่ติดต่อขอรับการสนับสนุนหญ้าเลี้ยงสัตว์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก อาทิ อำเภอคำตากล้า อำเภออากาศอำนวย และอำเภอโพนนาแก้ว จะมีเกษตรกรติด ต่อเข้ามาก่อน

เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับลำน้ำ ทำให้มีน้ำล้นเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ ทางสถานีพัฒนาอาหารสัตว์สกลนคร และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร จะเร่งทยอยนำหญ้าแห้งเสบียงอาหารสัตว์ ออกไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม ตามพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป เบื้องต้นได้แจกจ่ายให้กับเกษตรกรพื้นที่ อำเภออากาศอำนวย ไปแล้ว 100 ราย

ชาวเน็ตจีนตามหา สาวช่วยลุงเป็นลม ด้วยการทำ CPR

ชาวเน็ตจีนตามหา สาวช่วยลุงเป็นลม ด้วยการทำ CPR

 

สำนักข่าวประเทศรายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.00 น. ที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ชายคนงานก่อสร้างวัย 45 ปี เข็นรถสาลี่ไปทำงาน ระหว่างที่เข็นรถผ่านถนนเหวินซาแถวร้านขายฟิล์มพันพาเลท เขตซานเฉิง เมืองฝอซาน จู่ๆ ก็ล้มลงหมดสติบนถนนดังกล่าว หญิงสองคนที่เหตุการณ์รีบเข้าไปช่วย ทั้งปั๊มหัวใจทั้งผายปอด

ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 07.00 น. ชายอายุประมาณ 40 ปี เข็นรถสาลี่กำลังจะผ่านเดินผ่านบริเวณนี้ แต่จู่ๆ เขาก็ล้มลงหมดสติไป ผู้หญิงสองคนที่อยู่ใกล้รีบวิ่งเข้าไปช่วยนวดตัว และยังมีคนอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้นเข้าไปพัดวีลมให้

โดยผู้หญิงสวมเสื้อสีขาวได้ตรวจชีพจรและฟังเสียงหัวใจเต้นดูพบว่าเต้นอ่อนมาก ต่อมาอีก 5 นาที มีผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อสีแดงเข้ามาบอกให้คนที่มุงดูถอยห่างออกไป จากนั้นเข้าไปช่วยผายปอด สลับกับปั๊มหัวใจให้ชายคนดังกล่าว

หญิงคนดังกล่าวได้ถูกคนที่อยู่บริเวณนั้นถ่ายคลิปวีดีโอ แล้วโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตตั้งแต่เธอลงมือช่วยคน และบอกว่าดูแล้วเธอต้องมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลแน่นอน ต่อมาชายที่หมดสติก็ฟื้นขึ้นมา โดยเธอใช้เวลาช่วยชายคนดังกล่าวประมาณเกือบ 10 นาที จากนั้นรถพยาบาลก็มาถึงที่เกิดเหตุ เธอก็เดินถอยออกไปเงียบๆ

หลังคลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวมากมาย และพยายามสืบหาว่าผู้หญิงสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นใคร อยู่ที่ไหน จนในที่สุดก็ทราบว่า หญิงคนดังกล่าวอายุ 37 ปี เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนของรพ.เซี่ยงหยาง

เธอได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุเธอกำลังเดินทางไปทำงานบังเอิญไปเห็นชายคนดังกล่าวหมดสติอยู่ มือ เท้า และสีหน้ามีสีม่วงคล้ำ จึงเข้าไปตรวจชีพจรพบว่าชีพจรของเขาไม่เต้นแล้ว จึงลงมือปั๊มหัวใจสลับกับผายปอด

ตอนแรกเธอใช้ผ้าเช็ดหน้าวางกั้นเพื่อเป็นการป้องกัน แต่พบว่ามันขัดขวางการช่วยเหลือ จึงดึงมันออกแล้วผายปอดให้ปากเปล่า เพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมา เพียงแค่อยากช่วยคนเท่านั้นเธอปั๊มหัวใจสลับกับผายปอดไปประมาณ 4-5 ครั้ง จนได้ยินเสียงชายคนดังกล่าวไอออกมา

แต่เธอยังกังวลและไม่แน่ใจ จนได้ยินชายคนดังกล่าวออกมาสองครั้งจึงเบาใจ จากนั้นก็มีคนมาจับไหล่และบอกว่ารถพยาบาลมาแล้ว เธอจึงได้หยุดมือ รู้สึกหมดแรงจนรู้สึกว่าจะยืนขึ้นไม่ได้ หน้ามืดเวียนหัว จนมีคนเข้ามาช่วยพยุงให้เธอยืนขึ้น ซึ่งตอนนั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันถ่ายรูปและถ่ายคลิปวีดีโอกันหลายคน

และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้คนถามเธอเป็นจำนวนมากว่า ทำไมหลังจากช่วยคนแล้วเธอถึงได้รีบเดินออกไป ซึ่งเธอได้ตอบกลับมาว่า “เธอเข้างานตอน 08.00 น. ตอนนั้นใกล้จะถึงเวลาแล้ว จึงได้รีบเดินออกไป”

ตามรายงานระบุว่า หลังจากที่ชายคนดังกล่าวถูกส่งตัวไปรพ. อาการก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย แพทย์ผู้ตรวจรักษากล่าวอีกว่า ถ้าในเวลานั้นไม่มีคนเข้าไปช่วยหรือเข้าไปช่วยช้าแค่ 1 นาที ชายคนดังกล่าวอาจจะมีโอกาสรอดเพียงแค่ 7-10% เท่านั้น และจากที่จากรพ.ทราบ ชายคนดังกล่าวหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว แต่โชคดีที่ผู้หญิงสวมเสื้อสีแดงเข้าไปช่วยทำ CPR ให้ได้ทันเวลา

ที่มา : news.qq.com

สาววัยรุ่นซวยซ้ำซ้อน โดนตะขาบกัดคอไปหาหมอ กลับโดนยกเค้า

สาววัยรุ่นซวยซ้ำซ้อน โดนตะขาบกัดคอไปหาหมอ กลับโดนยกเค้า

 

วันนี้(26 ส.ค. 59)โลกออนไลน์แชร์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งที่อยู่ในอาการเสียใจอย่างมาก หลังจากถูกตะขาบกัดคอจึงไปโรงพยาบาลเพื่อให้หมอรักษา แต่ขากลับถูกโจรยกเค้าไม่เหลือแม้แต่เงินกินข้าว

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใน อ.แหลมฉบัง อยู่ติดร้านขายกล่องกระดาษกล่องไปรษณีย์ เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งอยู่ห้องเช่าเพียงคนเดียว แต่แล้วจู่ๆก็โดนตะขาบกัดที่คอรู้สึกปวดมากจึงได้รีบไปหาหมอเพื่อรักษา โดยที่ไม่ได้เอาของมีค่าอะไรติดตัวมาเลย แต่ก็ไม่ลืมที่จะล็อคห้องเช่า

เมื่อถึงโรงพยาบาลทางทีมแพทย์ได้ให้หญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้นอนรอดูอาการ 2วัน 2คืน เนื่องจากตะขาบได้กัดตรงจุดสำคัญเกรงว่าจะได้รับอันตราย จนเมื่ออาการดีขึ้นหมอจึงได้อนุญาตให้กลับบ้านได้
หลังจากหญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้มาถึงห้องเช่าต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นเมื่อห้องเช่าของตัวเองถูกโจรงัดได้รับความเสียหาย

ข้าวของถูกรื้อคนกระจัดกระจาย เงินที่แอบซ่อนไว้ในตู้ถูกเอาไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ของใช้ที่อยู่ภายในห้อง เช่น พัดลม เตารีด และถังแก๊สปิดนิค ไม่เหลืออะไรไว้ให้ดูต่างหน้าเลยนอกจากห้องเปล่าๆ ตอนนี้แม้แต่เงินกินข้าวก็ไม่รู้จะหาที่ไหน และไม่คาดคิดว่าตัวเองจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ ต้องมาเจ็บตัวแล้วยังถูกยกเค้าเกลี้ยงห้องอีกต่างหาก

ทั้งนี้หลังจากที่ข้อความได้แชร์ออกไปบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจหญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายรายนี้ให้ได้ พร้อมทั้งสาปแช่งพวกโจรทั้งหลายที่ชอบเบียดเบียนคนทำมาหากิน

และหวังว่าหญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้จะผ่านเรื่องราวร้ายๆนี้ไปได้ด้วยดี จากนี้ไปขอให้เจอแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต สิ่งที่เสียไปถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Youlike “ภาพเด็ดข่าวดัง”

 

 

อดีตเขยโหด ซัลโวแม่ยายดับ-พ่อตาเจ็บ หลังขู่จะฆ่ายกครัว

อดีตเขยโหด ซัลโวแม่ยายดับ-พ่อตาเจ็บ หลังขู่จะฆ่ายกครัว

 

สะเทือนขวัญกลางหมู่บ้าน อดีตลูกเขยเปิดฉากยิงแม่ยายเสียชีวิตหน้าบ้าน เพื่อนบ้านไล่ตามชนล้มรถ ยังตามไปยิงพ่อตาซ้ำที่ทุ่งนาอีก คาดปมทวงสมบัติคืนจากเมียเก่า

(18 ส.ค.) ร.ต.อ.อธิชชิพงษ์ ตุมา ร้อยเวร สภ.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณบ้านหลังหนึ่ง จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.อวัช มูลศิริ ผกก.สภ.ตากฟ้า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัย และแพทย์เวรโรงพยาบาลตากฟ้า

ที่เกิดเหตุพบศพ นางฉลวย อายุ 63 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่หน้าบ้าน สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าอก 2 รู ข้างศพพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ 2 นัด มีแกลลอนบรรจุน้ำมันเต็มถังวางอยู่บนโต๊ะใกล้กับศพ

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า สามีของผู้เสียชีวิต นายนงค์ อายุ 65 ปี ยังถูกคนร้ายคนเดียวกัน ตามยิงจนได้รับบาดเจ็บอยู่ที่บริเวณทุ่งนา ซึ่งห่างจากบ้านพักที่พบศพภรรยาประมาณ 1 กิโลเมตร อาการสาหัส เนื่องจากถูกยิงเข้าที่บริเวณราวนมซ้ายและหลัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์

ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ ทราบว่า คือ นายสำราญ หรือ แดง ไม่ทราบนามสกุล เป็นอดีตลูกเขยของสามีภรรยาที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เคยมีอาชีพเป็นพนักงานโรงงานผลิตต้นว่านหางจระเข้แปรรูป หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีไป

จากการสอบปากคำในเบื้องต้น เพื่อนบ้านที่พบเห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุ ตนพบเห็นนายแดงขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดอยู่ที่ริมถนน แล้วเดินเข้าไปภายในบ้านของผู้เสียชีวิต ซึ่งในระหว่างนี้ ตนได้ยินเสียงนางฉลวยและนายแดง กำลังมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง

จากนั้นก็พบเห็น นายแดง เดินออกมาหยิบแกลลอนน้ำมันที่รถจักรยานยนต์ ก่อนรีบเดินกลับเข้าที่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 ครั้ง พร้อมกับพบเห็น นายแดง วิ่งออกมาที่รถจักรยานยนต์และขี่มุ่งหน้าเข้าไปทางตัวเขตตัวเมืองตากฟ้า

ทั้งนี้ในระหว่างที่ นายแดงกำลังเตรียมสตาร์ทรถจักรยานยนต์เพื่อขับขี่หลบหนี ตนได้รีบไปคว้ากุญแจรถยนต์ขับไล่ตามคนร้ายไปจนตามทัน ก่อนที่ตนจะตัดสินใจพุ่งชนที่ท้ายรถของคนร้ายจนล้มคว่ำตกลงไปข้างถนน แต่ตนก็ไม่กล้าลงไปดู เพราะรู้ว่าคนร้ายมีปืน จึงได้รีบกลับรถมาที่ดูที่บ้านของนางฉลวย แล้วรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ โดยไม่คาดคิดว่าหลังจากนั้น คนร้ายจะขับขี่รถไปก่อเหตุยิง นายนงค์ ที่ทุ่งนาจนบาดเจ็บไปอีกราย

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำพยานแวดล้อม ทราบว่า ลูกสาวของนายนงค์และนางฉลวย เคยเป็นภรรยาของคนร้ายมาก่อนจะเลิกลากันไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่หลังจากเลิกรา คนร้ายมักจะมาทวงสมบัติ โดยขอคืนรถกระบะที่เคยซื้อร่วมกันอยู่หลายครั้ง แต่ภรรยาไม่ยอมคืนให้ จึงถูกคนร้ายประกาศข่มขู่ว่าจะฆ่ายกครัวและเผาบ้านทิ้งมาแล้ว

เบื้องต้นจึงคาดว่า วันนี้นายแดงเตรียมที่จะก่อเหตุตามคำขู่ โดยนำแกลลอนบรรจุน้ำมันเดินทางมาที่บ้านของอดีตภรรยา โดยหวังจะทวงรถกระบะคืนให้ได้ แต่กลับไม่พบ เพราะอดีตภรรยาขับรถไปทำงานก่อน ประกอบกับเกิดมีปากเสียงทะเลาะกับนางฉลวยอย่างรุนแรงด้วย จึงเกิดเปลี่ยนใจไม่เผาบ้าน หันมาใช้อาวุธปืนยิงนางฉลวยจนเสียชีวิต แล้วขับขี่รถตามไปยิงนายนงค์ที่ทุ่งนาจนได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมขออนุมัติหมายจับตัวคนร้ายแล้ว

สลดใจ พบทารกอายุ 3 เดือน ถูกยัดถุงดำทิ้งถังขยะ ศพยังอุ่นๆ

สลดใจ พบทารกอายุ 3 เดือน ถูกยัดถุงดำทิ้งถังขยะ ศพยังอุ่นๆ

(9 ส.ค.) พ.ต.ต.สมพงษ์ อติวงษ์ธาดา สว.สภ.หนองขาม จ.ชลบุรี รับแจ้งมีชาวบ้านพบศพทารกถูกนำมาทิ้งไว้ในถังขยะชุมชนบ้านหนองปรือ ซอย 7 แถวร้านขายกล่องพัสดุไปรษณีย์ราคาถูก หมู่ 2 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา

ในที่เกิดเหตุพบศพทารกเพศหญิง อายุประมาณ 3 เดือน ห่อหุ้มด้วยถุงดำ ศีรษะโผล่ออกมาจากถุง อยู่ในถังขยะช่วงกลางซอย สภาพไม่ใส่เสื้อผ้า ตามตัวเริ่มมีรอยช้ำทั่วร่างกาย คาดว่าเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นานเนื่องจากเนื้อตัวเด็กยังอุ่นและนุ่มอยู่

โดยนายประถอม สะอาด เล่าว่า ตนเองได้นำขยะมาทิ้งในถังดังกล่าว แต่พอมองลงไปพบมีศีรษะเด็กโผล่ออกมาจากถุงดำ จึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ทั้งนี้ ทางตำรวจจะเร่งสืบหาข่าวและแกะรอยจากกล้องวงจรปิด เพื่อเร่งติดตามผู้ที่นำเด็กมาทิ้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพเด็กทารก ได้ส่งให้ทางแพทย์เวรโรงพยาบาลแหลมฉบัง ทำการชันสูตรต่อไป

กระบะยางแตกเสียหลักชนต้นไม้ที่ชุมพรดับ3

กระบะยางแตกเสียหลักชนต้นไม้ที่ชุมพรดับ3

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เกิดเหตุรถกระบะขนทุเรียนยางระเบิด เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ ถนนสายเอเชีย 41 แถวโรงงานผลิตซองกันกระแทก อ.หลังสวน จ.ชุมพร               เสียชีวิต 3 ศพ

เกิดเหตุรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บฉ-5073 ตราด บรรทุกทุเรียนมาเต็มคันรถ
พุ่งชนต้นไม้บริเวณถนนสายเอเชีย 41 กม.72 หมู่ที่ 6 ต.บ้านควน อ.หลังสวน จ.ชุมพร เป็นเหตุให้ผู้โดยสารมา
ภายในรถเสียชีวิตคาที่ 2 ราย ทราบชื่อคือ นายพงศ์ธร ฉวนฉิม อายุ 26 ปี คนขับรถคันดังกล่าว และ นายศิริพันธุ์
หนองบัวขาว อายุ 33 ปี ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ภายในรถ ทราบชื่อคือ นายพงศ์ธร ครกลาง อายุ 28 ปี ส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ รถคันดังกล่าวเพิ่งกลับจากไปรับซื้อทุเรียนจาก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดยางระเบิด ทำให้เสียหลักพุ่งชนต้นไม้และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ค้างคาวบุกกินเงาะชาวสวนตราดเสียหายกว่า2ตัน

ค้างคาวบุกกินเงาะชาวสวนตราดเสียหายกว่า2ตัน

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ชาวสวนเงาะ จ.ตราด เร่งเก็บผลผลิตท้ายฤดู หลังค้างคาวแม่ไก่รุมกิน เสียหายแล้วกว่า 2 ตัน

นายเสน่ห์ ผ่องใส เกษตรกรสวนเงาะ หมู่ 6 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด นำคนงานเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเงาะโรงเรียน ซึ่งเป็นเงาะล่า หรือเงาะรุ่นท้ายฤดูการผลิต ที่ผลสุก แม้จะมีฝนตก เนื่องจากในช่วง 10 – 15 วันที่ผ่านมา โดยพบว่า ผลเงาะที่เริ่มแก่ จะถูกค้างคาวแม่ไก่ เข้ามากินจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตที่กำลังจะเก็บขายได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ นายเสน่ห์ เจ้าของสวนเงาะและผู้ผลิตเจลว่านหางจระเข้ กล่าวว่า สวนเงาะของตนเองมีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ต้นเงาะประมาณ 250 ต้น การทำสวนเงาะปีที่ผ่านมา แม้จะประสบปัญหาจากภัยแล้งบ้าง ทำให้ผลผลิตของเงาะออกสู่ตลาดช้า หรือที่เรียกว่า เงาะล่า แต่ราคาจำหน่ายกลับเป็นที่น่าพอใจ โดยสามารถจำหน่ายหน้าสวนในราคา 40 บาท สำหรับเงาะตะกร้า และสามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 45 บาท สำหรับเงาะคัดเกรดคุณภาพ สำหรับจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเก็บเกี่ยวผลเงาะปีนี้กลับพบปัญหาใหม่ คือ ช่วงพลบค่ำ จะมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนมาก มากินผลเงาะแก่ ซึ่งไม่เคยพบมาก่อนในพื้นที่ตำบลบ่อพลอย สร้างความเสียหายให้ผลเงาะที่กำลังจะเก็บขายได้ไปแล้วกว่า 2 ตัน หรือ ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ จากผลผลิตทั้งหมดประมาณ 40 ตัน จึงต้องเร่งระดมคนงานเก็บเกี่ยวผลเงาะที่แก่ได้ที่ อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้

น่าเอ็นดู! หนูน้อยฝาแฝดพูดอีสานช่วยพ่อแม่ขายปลาเผา

จากกรณีที่โลกโซเชียลฯได้เข้าไปกดไลด์เด็กแฝดหญิงที่ชื่อว่า “น้องอุ๋มอิ๋ม นะจ๊ะ” ครอบครัวได้โพสต์คลิปน่ารัก ๆ ของทั้งคู่ซึ่งเป็นการพูดภาษาอีสานจนมีผู้คนเข้าไปดูกว่า 16 ล้านวิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 ก.ค.) ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 4 บ้านหินขาว ต.เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่ภายในเนื้อที่ 1 ไร่เศษของ นางเพ็ญทิวา ฉลุทองและ นายพยุงศักดิ์ ข้อยุ่น สองสามีภรรยา มีอาชีพค้าขายปลาเผา ตามตลาดนัดต่างๆ ภายในเขตอำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยก่อนหน้านี้เคยขายกล่องพัสดุ พักหลังราคากล่องพัสดุแพงขึ้นมาก ทำให้ต้นทุนสูง ขายไม่ได้กำไร จึงผันตัวเองมาขายปลาเผา โดยทั้งคู่มีลูกแฝดเพศหญิง 1 คู่ คือเด็กหญิงรุ่งฤดี หรือ น้องอุ๋ม เด็กหญิงรุ่งราตรี หรือ น้องอิ๋ม อายุ 6 ขวบ และเด็กชายภูดิษฐ์ หรือ น้องอาร์มมี่ อายุ 3 ขวบ

นางเพ็ญทิวา หรือ แม่กวาง ของลูกๆ เล่าว่า ตนและสามีมีอาชีพค้าขายตามตลาดนัดทั่วไป โดยการขายปลาเผา น้ำจิ้มปลาเผารสเด็ด ขนมจีนหมกไข่ปลา หมกไส้ปลา ปลาสด และปลาแดดเดียว วันธรรมดาจะนำลูกสาวทั้งคู่ไปฝากบ้านย่า ที่บ้านสระกุด ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เพื่อเข้าโรงเรียนที่นั่น ในวันหยุดก็จะรับมาอยู่ด้วย ส่วนคนเล็กให้ยายดูแลที่บ้านที่เขื่อนอุบลรัตน์

แรกๆ พวกตนชอบดื่มเครื่องดื่มชาเย็นยี่ห้อหนึ่ง เพื่อที่จะส่งรหัสชิงโชค แต่เนื่องจากมีจำนวนมาก จึงได้ฝึกลูกสาวคือ น้องอุ๋ม น้องอิ๋ม พูดผ่านคลิปที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย แล้วจึงทำการโพสต์คลิปลงสื่อออนไลน์ไม่คิดว่าจะมีคนติดตามเยอะขนาดนี้

จากนั้นก็นึกสนุก ๆ เพราะจะเป็นการฝึกความจำให้ลูกด้วย โดยก่อนที่จะน้องเขาจะพูดได้ฝึกให้จดจำคำพูดต่าง ๆ ให้ท่องจนขึ้นใจ จากนั้นก็บันทึกในโทรศัพท์โพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยได้ทำการโพสต์มามากกว่า 20 คลิป แต่ที่มีคนคนเข้าไปดูมากที่สุดคือ คลิปที่น้องเขาคุยกันเรื่อง “เลิกจ้างพนักงาน” และ “พูดผญา (คำสอนของคนอีสาน)” มีผู้คนเข้าไปดูมากกว่า 16 ครั้งในเฟซบุ๊ก

แม่กวาง ยังเผยอีกว่า กิจวัตรประจำวันของน้องอุ๋ม น้องอิ๋ม ในช่วงวันหยุดในช่วงเช้าก็จะช่วยพ่อแม่เตรียมของเพื่อที่จะไปขายตามนัด ช่วยล้างผัก ช่วยเก็บปลาแดดเดียวเข้าร่ม จากนั้นก็จะเตรียมป้ายโฆษณาร้านตัวเอง ซึ่งมีข้อความว่า “อุ๋มอิ๋มนะจ๊ะ ปลาผา”

หลังจากที่เตรียมร้านเสร็จทั้งคู่ก็จะเข้ามานั่งบนโต๊ะปลาเผาเชิญชวนผู้ที่มาซื้อของภายในตลาดนัด โดยจะพูดเป็นภาษาอีสานพร้อมกันว่า “ปลาเผาบ่จ้า โตน้อยกะมี โตใหญ่กะมี มีผักมีน้ำจิ้ม มีขนมเส้น กินได้เลยเด้อจ้า”

หลังจากที่พูดเรียกลูกค้า ที่เดินผ่านไปมาบางคนก็มาซื้อปลาเผา บางรายก็ขอเข้ามาถ่ายภาพด้วย โดยในแต่ละวันสามารถขายปลาเผาได้มากกว่า 100 ตัว ราคาตามขนาดของปลา ตัวละ 90-150 บาท พร้อมน้ำจิ้มผักสดและขนมจีน ส่วนปลาสดและปลาแดดเดียวก็ราคาต่ำสุด 20 บาท วันไหนที่ฝนไม่ตก สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี