อุทาหรณ์! เจ้าพนักงานเภสัชกรรม ช็อกดับหลังกินยาลดความอ้วน

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqyms8ymta3mjqyl2fzzgzizy5qcgc

(25 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก รพ.สต.ดงมูลเหล็ก เพชรบูรณ์ ของโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลดงมูลเหล็ก เพชรบูรณ์ โพสต์เตือนภัยยาลดความอ้วน “แมงลักแคปซูล” ระบุว่า เจ้าพนักงานเภสัชกรรมรายหนึ่ง เสียชีวิตจากการกินยาลดน้ำหนักอันตราย ที่ได้มีการเพิกถอนทะเบียนไปแล้วในประเทศไทย แต่ยังพบว่ามีการลักลอบขายและปลอมทะเบียนอยู่โดยขายกล่องกระดาษและแอบแฝงยาใส่ลงไปในกล่องกระดาษด้วย โดยตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่กลับเป็นคนในวงการสาธารณสุขด้วยกันเอง

“ขออนุญาตแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์นะคะ… มี case เสียชีวิตจากผลิตภัณ์เสริมอาหารที่ใช้ลดความอ้วน ชื่อ Mang Luk เกิดขึ้นกับน้องจพ.เภสัชฯ รพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น …เริ่มต้นจากน้องมีอาการชัก น้ำลายฟูมปาก เป็นลม หมดสติ คลำชีพจรไม่เจอ หมอ พยาบาล จนท. ช่วยกัน CPR ร่วม 2 ชั่วโมงสุดท้ายยื้อไว้ไม่ได้ เบื้องต้นแพทย์วินิจฉัย MI , sudden cardiac arrest โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หลังจากสืบสาวราวเรืองและเชื่อมโยงข้อมูลแล้ว พบว่าสาเหตุเกิดจากยาลดนน.ยี่ห้อแมงลัก ซึ่งผสม sibutramine

ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ “แมงลัก” เป็นอาหารเสริมผสมยาอันตรายที่เพิกถอนไปแล้วในไทย กำลังระบาดหนักในกลุ่มผู้บริโภคที่หวังลดน้ำหนักซึ่งพบว่าผู้ที่ขายส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สสจ.ขอนแก่นได้ดำเนินคดีตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ไปแล้ว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในวงการสาธารณสุขของเราเองโดยมีโทษทั้งจำและปรับ แต่ยังพบการระบาดอยู่ทั่วไปในขณะนี้ จึงขอแจ้งมาเพื่อเฝ้าระวัง และอยากให้เป็นกรณีศึกษา…เป็นอุทาหรณ์…ก่อนที่คนใกล้ตัวจะกลายเป็น…”เหยื่อ” ช่วยกันเป็นหูเป็นตาด้วยนะคะ”

2 ผัวเมียลมแทบจับ ซื้อบ้านใหม่..แต่ได้โรงเพาะเห็ด

2 ผัวเมียเมืองเชียงใหม่ บุกร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมฯ หลังฝันสลาย ซื้อบ้านใหม่ทำเป็นเรือนหอ แต่กลายเป็นโรงเพาะเห็ด เห็ดผุดขึ้นเต็มบ้าน

นายพิษณุพันธ์ คำแวง อายุ 34 ปี พนักงานห้างค้าปลีกจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและเครื่องปั๊มไดคัทผลิตกล่อง และ นางสาวนิภาภรณ์ หน่อแก้ว อายุ 35 ปี แฟนสาว นำป้ายข้อความ “ซื้อบ้านไม่ใช่โรงเพาะเห็ด” พร้อมกับเอกสารและภาพถ่ายบ้านพักอาศัยที่ซื้อใหม่ เพื่อทำเป็นเรือนหอและกำลังอยู่ระหว่างซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าไปตกแต่ง เพื่อเตรียมจะขึ้นบ้านใหม่

บ้านหลังดังกล่าวอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยทั้งสองผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนกับ นายเอกราช รังสรรค์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอความเป็นธรรมหลังพบว่าตามผนังภายในบ้านมีแต่เชื้อราขึ้น รวมทั้งตามคิ้วไม้กันเปื้อนตามพื้นห้อง มีเห็ดขึ้นมาตามซอก ผนังหลายจุด และตามผนังเกือบทุกห้อง มีเชื้อราขึ้นเต็มไปหมด

ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนไปทางโครงการ แต่ทางผู้รับเหมาหรือวิศวกรที่ควบคุมดูแล ก็ไม่ดำเนินการตามที่เรียกร้อง โดยตนเองขอให้ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม แต่ต้องให้ตนเองเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งตนเองยังไม่ได้เข้าไปพักอาศัยและยังอยู่ในระหว่างประกันกับทางโครงการ

ที่ผ่านมาจะขอพบเจ้าของโครงการ ก็ไม่ยอมให้พบอ้างว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์หรือติดต่อไม่ได้ ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ประกอบกับกำลังจะหมดสัญญาประกันความเสียหายกับทางโครงการ จึงมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม เชียงใหม่

นายพิษณุพันธ์ บอกว่า ต้องเก็บเงินมานานหลายปีเพื่อซื้อบ้านหลังนี้ในราคากว่า 2 ล้านบาท และ ต้องพักอาศัยตลอดชีวิต กลับมาเจอปัญหาแบบนี้ จึงต้องการให้โครงการรับผิดชอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องและจะเรียกทางเจ้าของโครงการหรือผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามและให้ทั้งสองฝ่ายมาพบเพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกันต่อไป

กองทัพเรือเฮ รับเฮลิคอปเตอร์ใหม่เอี่ยม 5 ลำ เข้าประจำการ

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxos8ymdk5nzgyl2r4dmrjlmpwzw

กองทัพเรือจัดพิธีรับมอบเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงชุดใหม่ จำนวน 5 เครื่อง เข้าประจำการซึ่งให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากโรงงานผลิตเครื่องปั๊มไดคัทในประเทศไทย

(10 พ.ย.) พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงชุดใหม่ จำนวน 5 เครื่อง (เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ EC645 T2) เข้าประจำการในกองทัพเรือ ณ โรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ ฝูงบิน 2 หน่วยบินเรือหลวงจักรีนฤเบศร กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

กองทัพเรือ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายกับบริษัท แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ จำกัด สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ EC645 T2 จำนวน 5 เครื่อง เพื่อใช้ในภารกิจลำเลียงทางอากาศ สนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือและกำลังนาวิกโยธิน รวมถึงการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลและบนบก ตลอดจนการส่งกลับสายแพทย์ มีอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้ประสบภัยในทะเลรวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเรือสู่บก โดยสามารถขึ้น – ลง ได้บนเรือของกองทุกลำที่มีลานจอดอากาศยาน

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ EC645 T2 มีคุณลักษณะที่สำคัญ คือ เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบ 2 เครื่องยนต์ กำลัง 1,788 แรงม้า มีความกว้าง 7.86 เมตร ยาว 13.63 เมตร สูง 3.1 เมตร น้ำหนักตัวเปล่า 2.385 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 3,700 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 150 นอต (270 กม./ชม.) เพดานบินสูงสุด 20,000 ฟุต ระยะบินไกลสุด 648 กิโลเมตร ติดตั้งระบบอาวุธ ปืนกลขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 2 กระบอก โดยสามารถบรรทุกผู้โดยสารสูงสุด 8 คน

ทั้งนี้ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ EC645 T2 นับได้ว่าเป็นของเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบาที่ได้รับการอัพเกรดระบบส่งกำลัง (เกียร์) ใหม่และใช้โรเตอร์หางแบบหุ้มเฟเนสตรอน (Fenestron) ที่เพิ่มความปลอดภัยในการลงจอดและขณะบิน ลดความดังของเสียงและการสั่นสะเทือน สำหรับในส่วนของห้องนักบิน เป็นรูปแบบระบบดิจิตอลทั้งหมด สามารถเข้ากับระบบกล้อง Night Vision Goggle สามารถออกปฏิบัติการในเวลากลางคืน พร้อมระบบคอมพิวเตอร์ควบคุม ระบบหาพิกัด – ชี้เป้าด้วยเลเซอร์ และระบบดิสเพลย์อินฟราเรด – อิเล็กโทรออปติกส์ และระบบแจ้งเตือนสำหรับนักบิน ทำให้สามารถปฏิบัติการในทะเลได้ในทุกสภาพอากาศ ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ ทั้ง 5 เครื่องนี้จะเข้าประจำการในฝูงบิน 202 กองบิน 2 กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ

ไฟไหม้คอนโดฯ ชั้น 7 ซอยเสือใหญ่ เสียหาย 2 ห้อง

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxos8ymdk1nzuwl25ld3mwmi5qcgc

เกิดเหตุไฟไหม้ห้องพักชั้น 7 ของคอนโดฯ แห่งหนึ่งในซอยเสือใหญ่อุทิศ จนท.ใช้เวลาควบคุมเพลิงไม่นาน ความเสียหายลุกลามไปยังห้องใกล้เคียง คาดสาเหตุเกิดจากห้องต้นเพลิงกักตุนกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกไว้มาก และเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เป็นเหตุให้กล่องเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ลุกลามได้รวดเร็ว

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. คืนวานนี้ (3 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงลาดพร้าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บริเวณชั้นที่ 7 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือ ซอยเสือใหญ่อุทิศ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและระงับเหตุในทันที

จุดเกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียม “บ้านรัชโยธิน” เป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 10 ชั้น ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9-3 พบเปลวเพลืงลุกไหม้จากห้องพักห้องหนึ่งบนชั้นที่ 7 ของอาคาร เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้ลุกลามไปยังห้องพักที่อยู่ข้างเคียงกัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าระงับเหตุ ฉีดน้ำดับเพลิงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาราวๆ 30 นาที ท่ามกลางอุปสรรคของพื้นที่ที่อยู่ในซอยคับแคบ ก่อนที่จะสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ในที่สุด จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบห้องพักเสียหาย 2 ห้อง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควัน 9 ราย หน่วยกู้ชีพให้การปฐมพยาบาลที่จุดเกิดเหตุไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่หลอดไฟเพดาน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100 และ ภาพจาก อส221N23-21Min41-14 ห้องไลน์ ศูนย์เฉพาะกิจ

เร่งล่า! ตำรวจยะลากราดยิงเพื่อนดับ 2 คาดเครียดภรรยาบอกเลิก

เร่งล่า! ตำรวจยะลากราดยิงเพื่อนดับ 2 คาดเครียดภรรยาบอกเลิก

Spring News

สนับสนุนเนื้อหา

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังตามล่าตัวตำรวจยะลา ก่อเหตุยิงเพื่อนตำรวจโรงพักเดียวกันเสียชีวิต 2 นายด้านหลัง สภ.บาตูตาโมงแถวโรงงานผลิตและจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ราคาถูก เบื้องต้นคาดว่ามาจากความเครียด เหตุภรรยาบอกเลิก

จากกรณี ส.ต.ท.หัสพล ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.บาตูตาโมง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่กลุ่มเพื่อนตำรวจ และชาวบ้านภายในบริเวณโรงพัก จนทำให้ ร.ต.ท.ณัฐวัฒน์ อายุ 39 ปี และ ด.ต.สายัณห์ อายุ 44 ปี เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 9 คน ภรรยาเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 คน และประชาชนอีก 1 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา บริเวณบ้านพักภายใน สภ.บาตูตาโมง หมู่ 5 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยผู้บาดเจ็บทั้งหมด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธารโต จังหวัดยะลา

พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนใต้ หรือ ศชต. กล่าวถึงกรณีตำรวจกราดยิงตำรวจโรงพักเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดยะลา ว่า ได้รับรายงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่า ตำรวจผู้ก่อเหตุมีความเครียดจากการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์มาประจำการอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเวลา 3 ปี โดยยังไม่ได้กลับบ้านและภรรยาของผู้ก่อเหตุขอแยกทาง จึงอาจทำให้เกิดความเครียด ตัดสินใจก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางชุดสืบสวน ศชต.ได้สั่งระดมกำลังตามล่าตัว สิบตำรวจโทหัสพลเป็นการด่วนแล้ว เนื่องจากหลังก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าว ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืน หากเจ้าหน้าที่พบเบาะแสเพิ่มเติม ได้สั่งการให้รีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบทันที

ฆ่า2ศพวันออกพรรษา มือปืนหนุ่มสาวขี่บิ๊กไบค์บุกยิงแสกหน้าเสี่ยกับเมียใหม่

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-2

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 16 ต.ค. ร.ต.อ.มงคล ราลินทา ร้อยเวร(สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี มีเหตุคนร้าย 2 คนชาย – หญิง ใช้ยานพาหนะเป็นรถ จยย.บิ๊กไบค์สีแดงคาดดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายทศวรรณ วงศ์วีระเทพภิบาล อายุ 30 ปีลูกเจ้าของร้านขายข้าวเเกงและยังเป็นเจ้าของร้านขายกล่องกระดาษราคาถูก และน.ส.ปภัสรา จุมพล อายุ 21 ปี ภรรยา จนเสียชีวิตทั้งคู่

ที่เกิดเหตุร้านข้าวแกงชื่อร้านปักษ์ใต้เจ๊ตา ริมถนนสายปราจันตคาม หรือ ถนนสาย 3452 หมู่ 3 ต.บางบริบูรณ์ อ.เมืองปราจีนบุรี เป็นร้านอาหารขายข้าวแกง – กาแฟสด พบศพน.ส.ปภัสรา ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่ท้ายทอย 1 นัด และพบนายทศวรรณถูกยิงเข้ากลางหน้าผาก ตรวจสอบพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.รวม 2 ปลอกตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่เกิดอยู่ระหว่างการสอบสวน ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ มีเพียงพยานแวดล้อม ทราบว่าก่อนเกิดเหตุพบมีรถบิ๊กไบค์สีแดงคาดดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน มาจอดพร้อมคาดว่าเป็นคนร้าย รวม 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน จากนั้นได้ยินเสียงปืนยิงรัวติดต่อกัน 4 -5 นัด โดยนัดแรกคาดว่า คนร้ายจ่อยิงฝ่ายชายสามีก่อนยิงภรรยาใหม่เสียชีวิต เพื่อปิดปากอีก 1 ศพ ก่อนคนร้ายทั้ง 2 รายฝ่ายชายเป็นคนขับขี่หญิงซ้อนท้ายจะหลบหนีไป

“เบื้องต้นทราบว่านายทศวรรณ เป็นบุตรชายเจ้าของร้าน ส่วนน.ส.ปภัสราเป็นภรรยาใหม่ โดยผู้เสียชีวิตฝ่ายชายเคยต้องโทษคดีฆ่าคนเสียชีวิตติดคุกประมาณ 6 ปี เพิ่งพ้นโทษมาประมาณ 6 เดือนเศษ โดยมูลเหตุการณ์สังหารได้ตั้งประเด็นไว้ที่ชวนสงสัยคือ ประเด็นแรกชู้สาว และประเด็นที่ 2 พัวพันธุรกิจบางอย่าง ล่าสุดตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลเมืองปราจีนบุรีพบรถ จยย.บิ๊กไบค์ที่ต้องสงสัยตามพยานแวดล้อมแล้วคาดว่าจะตามคนร้ายได้ในเร็ว ๆ นี้” พ.ต.อ.สุวรรณ์กล่าว

หนุ่มโรงแรมซัดกระบะป้ายแดงชนจยย.ล้มกลิ้ง สลด!ถูกล้อหลังหยียบหัวซ้ำดับสยอง

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-4

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.สอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดสดหนองปรือตรงร้านขายกล่องไปรษณีย์ราคาถูก ม.1ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบไทยมุงจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายเก้า หรภูมิ อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส หายใจรวยรินอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯทำการปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ125x สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน ษมฉ 216 กทม. ล้มคว่ำได้รับความเสียหายเล็กน้อย ส่วนคู่กรณีเป็นรถกระบะยี่ห้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีน้ำตาล ทะเบียนป้ายแดง ท5913กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายที่ไฟหน้าด้านขวาเล็กน้อย โดยมีนายศักดา วันสุข อายุ 46 ปี พนักงานโรงแรมเป็นผู้ขับขี่

สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า จักรยานยนต์และรถกระบะขับขี่ตามกันมา จนกระทั่งมาถึงบริเวณหน้าตลาด ซึ่งบริเวณดังกล่าวไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ส่วนรถจักรยานยนต์ก็ไม่มีไฟ ทำให้รถกระบะมองไม่เห็นและเฉี่ยวชนกัน จนรถจักรยานยนต์จนล้มคว่ำ ก่อนร่างผู้บาดเจ็บจะกลิ่งลงไปกับพื้นถนน ทำให้ล้อหลังของรถกระบะเหยียบซ้ำที่ศีรษะอย่างจัง ตนเองเห็นว่าผู้บาดเจ็บเสียเลือดมากจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือดังกล่าว

เบื้องต้นพ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.สอบสวน เจ้าของคดี บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้อย่างละเอียด พร้อมทั้งสอบถามพยานแวดล้อมเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อรอญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ภาพนาทีเฉียดตาย! หางรถพ่วงหลุด กระเด็นชนเก๋ง 3 คันรวด

sequence_07-still259_1475133471

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

18 ล้อหางพ่วงหลุด พุ่งชนรถเก๋ง 3 คันข้างทาง เป็นพี่เลี้ยงกับเด็กน้อยบนรถเจ็บ กล้องวงจรปิดบันทึกนาทีระทึก พบหญิงสาวดวงแข็ง รอดตายหวุดหวิดแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

(29 ก.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. กล้องวงจรปิดของโรงงานผลิตเจลว่านหางจระเข้ บนถนนเทพารักษ์ กม. 14 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ บันทึกเหตุการณ์ที่หางรถพ่วง 18 ล้อ ข้างรถเขียนว่า บ.แซนดีทรานสปอร์ต ที่หลุดจากหัวลากพุ่งเข้าชนรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง 3 คัน มีผู้ได้รับบาด 2 คน เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ทราบชื่อคือ น.ส.กัญญา อายุ 44 ปี และเด็กชายวัยขวบเศษอีก 1 คน

โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยพี่เลี้ยงเด็กรายนี้ออกจากซากรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาล ส่วนเด็กได้รับบาดเจ็บมีแผลเล็กน้อยที่ศีรษะ นอกจากนี้ภาพวงจรปิดยังเผยให้เห็นนาทีเฉียดตายของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่เดินมาขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

นายสำเภา อายุ 56 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าว่าขณะที่ตนกำลังขับรถพ่วงมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ หางพ่วงเกิดหลุดจากรถหัวลาก และไหลพุ่งเข้าชนรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง ส่วนหางพ่วงนั้นไม่มีระบบเบรก โดยใช้ระบบเบรกจากรถหัวลากเท่านั้น

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อาจเพราะระบบเบรกของรถพ่วงไม่มี เวลาที่รถเบรคทำให้เกิดแรงเฉื่อยของหางพ่วง จนกระชากสลักที่ยึดระหว่างหัวลากและหางพ่วงหลุดออกจากกัน กลายเป็นอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

รถพ่วงบรรทุกน้ำมันปาล์มดิบวาวรั่ว น้ำมันไหล15กม. รถจยย.ลื่นเจ็บหลายราย

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-1

 

 

 

 

 

 

 

 

     เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 22 ก.ย.59 พ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว

   จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งรถพ่วงบรรทุกน้ำมันปาล์มดิบรั่วไหลไปตลอดทางเส้นทางไปโรงงานผลิตและจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูก เป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร ทำให้จักรยานยนต์ที่ตามมาลื่นเสียหลักพลิกคว่ำหลายคันและบาดเจ็บหลายราย บนถนน ถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงวงแหวนตะวันตก หมายเลข 9 กม.ที่ 53 มุ่งหน้าบางปะอิน ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมนายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่สีแดง บรรทุกน้ำมันปาล์มดิบ หมายเลขทะเบียน 70-9336 นครปฐม ตัวลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-3634 นครปฐม ที่บริเวณวาวเปิดปิดก๊อกถังน้ำมันหัก ทำให้น้ำมันไหลออกมานองพื้นถนนตลอดทาง คนขับชื่อ นายศิริ สวัสดี อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 15/9 หมู่ 17 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ท้ายรถพ่วงพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอลด้าเวฟสีขาว หมายเลขทะเบียน 1กจ8003 ลพบุรี ลื่นไถลชนท้ายรถพ่วงสภาพรถจักรยานยนต์ด้านหน้าพังเสียหาย คนขับชื่อนายสุริยะ ทับทอง อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 64 หมู่ 6 ต.ท้ายห้วยแก้ว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี บาดเจ็บที่ลำตัวเล็กน้อยเนื่องแรงกระแทก

ด้านนายสุริยะ ทับทอง ผู้บาดเจ็บกล่าวว่า ตนเองขับรถจักรยานยนต์พึ่งจะกลับจากเลิกงาน โดยขับมาบนถนนเห็นน้ำนองอยู่ คิดว่าเป็นน้ำฝนเนื่องจากช่วงนี้ฝนตกประจำตนเองถึงขับมาปกติ จากนั้นเสียหลักไถลไปชนกับท้ายรถพ่วงที่อยู่ด้านหน้า ตนเองจึงบาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีที่ไม่ได้ขับมาด้วยความเร็ว

ส่วนนายศิริ สวัสดี คนขับรถพ่วงบรรทุกน้ำมันกล่าวว่า ขณะที่ตนเองขับรถบรรทุกน้ำมันปาล์มจำนวน 30 ตัน จากสมุทรปราการ จะไปส่งโรงงานน้ำมันพืชที่ อ.ลาดหลุมแก้ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนขับรถสิบล้อตะโกนบอกว่า มีน้ำมันรั่ว จากนั้นจึงชะลอรถแล้วชิดซ้ายถนน เพื่อที่จะสำรวจดู จึงพบว่าวาวเปิดปิดก๊อกถังน้ำมันหัก และตรวจดูระดับน้ำมันพบว่าน้ำมันรั่วหายไป 5 ตัน คาดว่ามีรถเก๋งปาดหน้าตนจึงหักหลบจนตกหลุมทำให้วาวก๊อกถังน้ำมันหักทำให้น้ำมันรั่วมาตลอดทาง ต่อมามีรถจักรยานยนต์ลื่นไถลมาชนท้าย

ทางด้านพ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ต่อมานายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี ได้รับแจ้งว่าบริเวณฝั่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้มีรถจักรยานยนต์ลื่นไถลพลิกคว่ำหลายคันและมีผู้บาดเจ็บหลายรายจากคราบน้ำมันบนถนน จึงได้เข้ามาที่เกิดเหตุพร้อมนำทรายละเอียดมาเทซับคราบน้ำมันบนพื้นถนนโดยมีเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงและอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยโกยทรายตั้งแต่ กม.ที่ 38 ถึง กม.ที่ 53 เป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้รถคันอื่นที่ใช้ถนนเกิดอุบัติเหตุตามมา.

สาวใหญ่ขอนแก่นจยย.ถูก18ล้อชนทับขาขวาเละ

สาวใหญ่ขอนแก่นจยย.ถูก18ล้อชนทับขาขวาเละ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

   หวาดเสียว สาวใหญ่ขับ จยย.ออกมาจากข้างถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-อุดร ทางไปโรงงานนำเข้าเครื่องพิมพิ์กล่องเครื่องปั๊มไดคัทจากต่างประเทศ ก่อนถูกรถพ่วง 18 ล้อชน ก่อนทับขาขวาเละ

ร.ต.อ.กิตติชัย สว่างวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน ที่เกิดเหตุบนถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-อุดรธานี ช่วงบ้านหนองหลุบ หน้าโรงงานผลิตยางมะตอยชื่อดัง เจ้าหน้าที่พบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-7884 กทม. ตัวลูก 70-9898 กทม.จอดอยู่ บริเวณล้อรถด้านซ้ายพบ นางหล่ำ ใจหาญนอนล้มอยู่โดยขาขวาถูกล้อรถยนต์บรรทุกพ่วงทับจนเละ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิ๊ก หมายเลขทะเบียน คฉษ-283 ขอนแก่น ล้มคว่ำอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

จากการสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางหล่ำ ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากโรงงานเพื่อไปจำหน่ายอาหารตามหมู่บ้าน โดยจังหวะที่ขับออกมานั้น ไม่สังเกตเห็นรถพ่วงที่ขับมาในเส้นทางสายหลัก จึงเกิดการชนกันขึ้น ก่อนที่นางหล่ำ จะถูกรถพ่วงทับ บาดเจ็บอาการสาหัสดังกล่าว